
พลเรือเอก พงษ์ศักดิ์ สมบุญ รองเลขาธิการ ศรชล. และคณะ เข้าร่วมการประชุมหัวหน้าหน่วยงานยามฝั่งเอเชีย ครั้งที่ 22 (The 22nd Heads of Asian Coast Guard Agencies Meeting: 22nd HACGAM-HLM) และกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 7–11 กันยายน 2569 ณ Hangzhou International Expo Center เมืองหางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน HACGAM เป็นกรอบความร่วมมือของหน่วยงานยามฝั่งและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทางทะเล ประกอบด้วยสมาชิก 23 หน่วยงานจาก 22 ประเทศและ 1 เขตบริหาร พร้อมด้วยสมาชิกสมทบ 2 องค์กร (ReCAAP ISC, UNODC) การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีสำหรับผู้แทนระดับสูงและคณะทำงานจากหน่วยงานสมาชิกในการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น กำหนดทิศทางความร่วมมือ และแสวงหาแนวทางร่วมกันเพื่อรับมือกับภัยคุกคามและความท้าทายทางทะเลที่มีความซับซ้อนและเชื่อมโยงกันมากขึ้น ในการประชุมผู้แทนศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ได้เข้าร่วมประชุมทวิภาคี (Bilateral Meeting) กับหน่วยยามฝั่งสาธารณรัฐประชาชนจีน หน่วยยามฝั่งญี่ปุ่น หน่วยยามฝั่งเมียนมาร์ และ UNODC เพื่อพิจารณาหารือรายละเอียดเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างกัน ตลอดจนเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์และขยายขอบเขตความร่วมมือทวิภาคีให้มีความใกล้ชิดและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมทั้งนำเสนอภารกิจ ผลการดำเนินงาน และกิจกรรมความร่วมมือของประเทศไทยในคณะทำงานสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ 🔹 การค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล (Search and Rescue: SAR) มุ่งพัฒนาขีดความสามารถ กลไกการประสานงาน และการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างประเทศ เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเลได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ 🔹 การปกป้องสภาพแวดล้อมทางทะเล (Environmental Protection: EP) ส่งเสริมความร่วมมือด้านการป้องกันและขจัดมลพิษทางทะเล การเตรียมพร้อมรับมือเหตุน้ำมันและสารอันตรายรั่วไหล ตลอดจนการอนุรักษ์ทรัพยากรและระบบนิเวศทางทะเลอย่างยั่งยืน 🔹 การเสริมสร้างขีดความสามารถ (Capacity Building: CB) สนับสนุนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่ดี รวมทั้งการฝึกอบรมและการฝึกร่วม เพื่อยกระดับความพร้อมและขีดความสามารถในการปฏิบัติงานของหน่วยงานยามฝั่งในภูมิภาค นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ติดตามความก้าวหน้าของคณะทำงานทั้ง 5 เสาหลักของ HACGAM ได้แก่ 1. การค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล 2. การปกป้องสภาพแวดล้อมทางทะเล 3. การเสริมสร้างขีดความสามารถ 4. การแบ่งปันข้อมูลและการฝึกร่วม 5. การป้องกันและควบคุมการกระทำผิดกฎหมายในทะเล ประเด็นสำคัญของการประชุมปีนี้ครอบคลุมความท้าทายด้านความมั่นคงทางทะเลรูปแบบใหม่ (Non-Traditional Security) การบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับแหล่งดูดซับและกักเก็บคาร์บอนในทะเล (Maritime Carbon Sink Law Enforcement) ตลอดจนการประชุมทวิภาคีระหว่างประเทศที่เข้าร่วม เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์และผลักดันความร่วมมือในประเด็นที่มีความสนใจร่วมกัน ในพิธีปิด ที่ประชุมได้ร่วมรับรองแถลงการณ์ร่วม (Joint Statement) และหารือแนวทางขับเคลื่อน HACGAM Vision 2030 ให้เป็นกรอบทิศทางความร่วมมือในระยะต่อไป รวมทั้งประกาศประเทศเจ้าภาพการประชุมในปี 2027 และ 2028 เพื่อให้การดำเนินงานของ HACGAM มีความต่อเนื่องและเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม นอกเหนือจากวาระการประชุม คณะผู้แทนยังได้เยี่ยมชมนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี ณ Unitree Robotics และเรียนรู้ประวัติศาสตร์และอารยธรรมท้องถิ่น ณ พิพิธภัณฑ์เหลียงจู่ (Liangzhu Museum) ซึ่งช่วยเสริมสร้างความเข้าใจ กระชับมิตรภาพ และขยายเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ศรชล. พร้อมร่วมมือกับหน่วยงานยามฝั่งและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทางทะเลของประเทศต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัย ความมั่นคง และการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ตลอดจนส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากทะเลอย่างรับผิดชอบและยั่งยืนต่อไป