
ในวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ.2569 ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาคที่ 1 ร่วมกับกองทัพเรือโดยทัพเรือภาคที่ 1 ได้รับมอบภารกิจในการป้องกันอาณาเขตทางทะเลของไทย รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ปราบปรามการกระทำความผิดกฎหมายในทะเล เพื่อทำให้เกิดความปลอดภัยในการประกอบอาชีพและขนส่งสินค้าทางทะเล โดยบูรณาการร่วมกับกรมสรรพสามิต กรมเจ้าท่า กองบังคับการตำรวจน้ำและหน่วยงานต่างๆ ซึ่งหมวดเรือพิทักษ์อ่าวไทย ทัพเรือภาคที่ 1 จัดเรือและอากาศยานตรวจการณ์ในอ่าวไทยเป็นประจำทุกวัน เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ.2569 ศูนย์ปฏิบัติการทัพเรือภาคที่ 1 ได้สั่งการให้ เรือต.๑๑๕ ลาดตระเวนในพื้นที่อ่าวไทยตอนบน (อ่าวรูปตัว ก) ตามแผนปกติเวลา 12.59 น. ขณะทำการลาดตระเวน พบเรือประมง ชื่อ ริสกีนำโชค 89 กำลังจอดทอดสมออยู่บริเวณชายฝั่งจังหวัดเพชรบุรีมีลักษณะต้องสงสัย ไม่เหมือนเรือประมงปกติ จึงใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติให้อำนาจทหารเรือปราบปรามการกระทำความผิดทางทะเล พ.ศ.2490 ดำเนินการเข้าตรวจเยี่ยมและตรวจสอบภายในเรือ จากการตรวจสอบ พบลูกเรือสัญชาติไทย จำนวน 4 คน ไม่พบเอกสารประจำเรือ ใบอนุญาตใช้เรือ ผู้ควบคุมเรือและลูกเรือไม่มีใบอนุญาต และพบน้ำมันดีเซล อยู่ในระวางประมาณ 60,000 ลิตร ไม่มีเอกสารแสดงที่มาของน้ำมัน จึงควบคุมเรือและลูกเรือทั้งหมด มาที่ท่าเทียบเรือกลางอ่าว กองบัญชาการกองเรือยุทธการ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เพื่อทำการตรวจสอบโดยละเอียด และได้ประสานไปยังกรมสรรพสามิต สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สถานีตำรวจน้ำ 3 กองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจน้ำ และสถานีตำรวจภูธรสัตหีบ ให้ดำเนินการตรวจสอบในส่วนของน้ำมันและเอกสาร ประจำเรือ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ในวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ.2569 เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ประกอบด้วย ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาคที่1 กรมสรรพสามิต ภายใต้การอำนวยการและสั่งการของ ดร.พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต ว่าที่ร้อยตรี ยงยุทธ ภูมิประเทศ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์ภาษีสรรพสามิต นายสุเมธ ฤทธิ์เจริญ ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบป้องกันและปราบปราม นาย ธวิช บุญเอี่ยม ผู้อำนวยการส่วนป้องกันและปราบปราม 1 ให้ฝ่ายป้องกันและปราบปราม 1 สรรพสามิตภาคที่ 2 สรรพสามิตพื้นที่ชลบุรี 2 สำนักงานเจ้าท่า ภูมิภาคที่ 6 สาขาพัทยา บูรณาการร่วมกับทัพเรือภาคที่ 1 กองทัพเรือ ดำเนินคดีกับ เรือ ริสกีนำโชค 89 ตามอำนาจหน้าที่กฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้อง อย่างละเอียด จากการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่ พบความผิดดังนี้ 1. ความผิดในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรือตาม พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ในฐานใช้เรือผิดจากเงื่อนไขหรือข้อกำหนดในใบอนุญาตใช้เรือ และทำการในเรือเดินทะเลโดยไม่ได้รับอนุญาต 2. น้ำมันเชื้อเพลิงในระวางเรือ เจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิต และกรมพลาธิการทหารเรือ เก็บตัวอย่างเพื่อตรวจพิสูจน์ พบว่าเป็นน้ำมันดีเซลซึ่งมิได้เสียภาษี ตาม พ.ร.บ.ภาษี สรรพสามิต พ.ศ.2560 จึงได้ส่งให้กรมสรรพสามิตดำเนินการทางกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้อง