
ในวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) จัดการประชุมคณะกรรมการบริหาร ศรชล. ครั้งที่ 2/2569 ณ ห้องประชุม ชั้น 2 โรงแรม รอยัล ออคิด เชอราตัน ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพมหานคร ในโอกาสนี้ พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (รอง ผอ.ศรชล.) ได้มอบหมายให้ พล.ร.อ.สุชาติ ธรรมพิทักษ์เวช รองผู้บัญชาการทหารเรือ/ผู้ช่วย ผอ.ศรชล. เป็นประธานในการประชุม พร้อมด้วย พล.ร.อ.ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือ/เลขาธิการ ศรชล. ตลอดทั้งผู้บริหารจากหน่วยงานบูรณาการของ ศรชล. และผู้แทนจากหน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย นายสุวัฐน์ วงศ์สุวัฒน์ (รองอธิบดีกรมประมง) ผู้แทนอธิบดีกรมประมง, นายยุทธนา พูลพิพัฒน์ (รองอธิบดีกรมศุลกากร) ผู้แทนอธิบดีกรมศุลกากร, นายอุกกฤต สตภูมินทร์ (รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง) ผู้แทนอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, นายเกษมสันต์ เครือเจริญ (ผู้ตรวจราชการกรม) ผู้แทนอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน, พ.ต.อ.ณฐพงษ์ธร วรรณสวนหม่อน (รองผู้บังคับการตำรวจน้ำ) ผู้แทนผู้บังคับการตำรวจน้ำ และนางสาวจิราภรณ์ เลิศมงคลนาม (ผู้อำนวยการสำนักปฏิบัติการ 2 ศรชล.) ผู้แทนอธิบดีกรมเจ้าท่า โดยการประชุมในครั้งนี้มีผู้แทนจากหน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง . การประชุมในครั้งนี้เป็นการติดตามและขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคงและความปลอดภัยทางทะเลในหลากหลายมิติ โดยประธานได้นำที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าการหารือร่วมกับสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในการบูรณาการฝึกแผนเผชิญเหตุรองรับสถานการณ์การค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล (SAR) และการฝึกบริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติ พร้อมทั้งขับเคลื่อนการจัดทำแผนในระดับ ศรชล.ภาค ให้สอดคล้องกับแผนเผชิญเหตุและการจัดการมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมันและเคมีภัณฑ์ เพื่อใช้ในการฝึกซ้อมร่วมกับกองทัพเรือ นอกจากนี้ยังมีการรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับประกาศกระทรวงกลาโหม ในการกำหนดท้องที่บางส่วนในจังหวัดชายแดน ได้แก่ จังหวัดจันทบุรี ตราด บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ สระแก้ว สุรินทร์ และอุบลราชธานี รวมถึงน่านน้ำภายในและทะเลอาณาเขต ให้เป็นเขตควบคุมตามพระราชกำหนดควบคุมสินค้าตามชายแดน พ.ศ. 2554 . สำหรับด้านความปลอดภัยและการคุ้มครองผลประโยชน์ของชาติ ที่ประชุมได้ติดตามการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจเรือประเภทต่างๆ พร้อมรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจเรือท่องเที่ยวและเรือประมง ในการเตรียมความพร้อมด้านตัวเรือ อุปกรณ์ และมาตรการความปลอดภัยก่อนเรือออกจากท่า อีกทั้งรับทราบรายงานผลการบูรณาการแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมันและเคมีภัณฑ์ กรณีเรือบรรทุกสินค้า SEALLOYD ARC อับปาง และการสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาสถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิง ตลอดจนขับเคลื่อนการตรวจสอบแรงงานทางทะเลที่ไม่ใช่สัญชาติไทย และผู้โยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติในพื้นที่รับผิดชอบ รวมถึงติดตามแผนการพัฒนาบุคลากรด้านการสืบสวน สอบสวน และนิติวิทยาศาสตร์ . พร้อมกันนี้ คณะกรรมการบริหาร ศรชล. ยังได้ร่วมกันพิจารณาเรื่องเครื่องแบบพิเศษ ศรชล. เพื่อเสริมสร้างความเป็นเอกภาพและเป็นมาตรฐานเดียวกันในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่ง ศรชล. ยังคงมุ่งมั่นในการเป็นองค์กรหลักเพื่อบูรณาการการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลอย่างมีประสิทธิภาพ ปกป้องคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติ และสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยทางทะเลให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืนต่อไป