ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล
Thai Maritime Enforcement Command Center
ขนาด
ภาษา
ข่าวสาร
/
ข่าวประชาสัมพันธ์
ศรชล. ร่วมประชุมคณะทำงานยามฝั่งเอเชีย (22nd HACGAM) ณ ประเทศจีน ผลักดัน "HACGAM Vision 2030" มุ่งยกระดับความปลอดภัยและความมั่นคงทางทะเลระดับภูมิภาค

นายธนาธิป จันทรภักดี รองผู้อำนวยการสำนักปฏิบัติการ 2 พร้อมด้วยคณะผู้แทนจาก ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) เข้าร่วมการประชุมคณะทำงาน (Working Level Meeting: WLM) ภายใต้การประชุมหัวหน้าหน่วยงานยามฝั่งแห่งเอเชีย ครั้งที่ 22 (22nd HACGAM) ระหว่างวันที่ 18–21 พฤษภาคม 2569 ณ เมืองฉวนโจ สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมี China Coast Guard เป็นเจ้าภาพ และประเทศญี่ปุ่นทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการร่วม เพื่อหารือแนวทางเสริมสร้างความร่วมมือด้านความปลอดภัย ความมั่นคง และการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมทางทะเลในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก การประชุมครั้งนี้มีผู้แทนจาก 17 ประเทศและเขตปกครอง รวมทั้งองค์กรระหว่างประเทศและประเทศผู้สังเกตการณ์เข้าร่วม โดยที่ประชุมได้ร่วมกันผลักดัน “HACGAM Vision 2030” ซึ่งมุ่งเน้นความมั่นคงร่วม ความร่วมมืออย่างครอบคลุม และความยั่งยืนทางทะเล ผ่านการพัฒนาความร่วมมือด้านการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล (SAR) การป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายในทะเล การคุ้มครองสิ่งแวดล้อม การเสริมสร้างขีดความสามารถ และการแบ่งปันข้อมูลและการฝึกร่วมระหว่างประเทศสมาชิก โดยมีการประชุมคณะทำงานย่อย 5 ด้านดังนี้ 1. คณะทำงานด้าน Search and Rescue (SAR) ซึ่งมีประเทศอินเดียเป็นประธาน ที่ประชุมได้เห็นชอบ “Roadmap” การพัฒนาความร่วมมือด้าน SAR ภายใต้ HACGAM Vision 2030 โดยกำหนดเป้าหมายการยกระดับขีดความสามารถ SAR ของภูมิภาคให้สามารถเชื่อมโยงการปฏิบัติร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์ภายในปี 2030 ผ่านการพัฒนาเทคโนโลยี การจัดทำ SOPs ร่วม และการฝึกร่วมระดับพหุภาคี นอกจากนี้ ผู้แทน ศรชล. ยังได้นำเสนอผลการดำเนินงานและประสบการณ์ของประเทศไทยในหลายประเด็นสำคัญที่สอดคล้องกับกรอบความร่วมมือของ HACGAM โดยเฉพาะด้านการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล (SAR) ซึ่งครอบคลุมกรณีศึกษา SAR Case การฝึกค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเลร่วม (SAREX) และการฝึกด้านการสื่อสารและประสานงาน SAR Communication Exercise (SARCOMMEX) เพื่อเสริมสร้างความพร้อมในการตอบสนองเหตุฉุกเฉินทางทะเลร่วมกับหน่วยงานทั้งภายในและระหว่างประเทศ 2. คณะทำงานด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมทางทะเล (Environment Protection) ผู้แทน ศรชล. ได้นำเสนอแนวทางการบริหารจัดการกรณีเรือ M/V SEALLOYD ARC อับปาง ซึ่งประเทศไทยได้ดำเนินมาตรการป้องกันและลดความเสี่ยงจากน้ำมันและสินค้าอันตราย (Dangerous Goods: DG) อย่างเข้มข้น ผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้เชี่ยวชาญระหว่างประเทศ ทั้งด้านการกู้ภัย การควบคุมมลพิษ การติดตามตู้สินค้าอันตราย และการรักษาความปลอดภัยในการเดินเรือ ที่ประชุมได้เห็นชอบกรอบการดำเนินงานร่วมกัน อาทิ การจัดทำฐานข้อมูลแนวปฏิบัติที่ดี การรวบรวมบทเรียนจากเหตุการณ์มลพิษทางทะเล และการจัดปฏิทินการฝึกร่วมและสัมมนาระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางที่ประเทศไทยกำลังดำเนินการผ่านกลไกความร่วมมือของ ศรชล. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3. คณะทำงานด้านการป้องกันและควบคุมการกระทำผิดกฎหมายในทะเล (Law Enforcement) จีนได้เสนอการจัดตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิคและคณะกรรมการที่ปรึกษา เพื่อยกระดับความร่วมมือจากการหารือทั่วไปไปสู่การวิจัยเชิงลึก การแบ่งปันข้อมูลแบบบูรณาการ และระบบเตือนภัยเชิงรุกอย่างเป็นรูปธรรม ขณะที่ผู้แทนไทยได้นำเสนอแนวทางการบังคับใช้กฎหมายทางทะเขลองประเทศไทย รวมถึงการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงาน การเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ทางทะเล และการประสานความร่วมมือระหว่างประเทศในการป้องกันการกระทำผิดกฎหมายในทะเลและการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU Fishing) 4. คณะทำงานด้านการเสริมสร้างขีดความสามารถ (Capacity Building) ผู้แทน ศรชล. ได้นำเสนอแนวทางการพัฒนาศักยภาพบุคลากรของประเทศไทย ทั้งด้านการฝึกอบรม การฝึกภายใต้ระบบ Incident Command System (ICS) การฝึกตอบโต้เหตุฉุกเฉินทางทะเล และการพัฒนาความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อยกระดับความพร้อมในการรับมือภัยคุกคามและเหตุฉุกเฉินทางทะเลในรูปแบบต่าง ๆ 5. คณะทำงานด้านการแบ่งปันข้อมูลและการฝึกร่วม (Information Sharing and Joint Exercise: ISJE) ได้หารือการพัฒนาระบบการฝึกร่วมระดับภูมิภาค การจัด Tabletop Exercise (TTX) และการศึกษาแนวทางจัดตั้งแพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับการฝึกร่วมและการแบ่งปันข้อมูลแบบ Real-time เพื่อรองรับภัยคุกคามทางทะเลในอนาคต โดยเฉพาะประเด็นการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU Fishing) ทั้งนี้ ผู้แทนไทยได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเชื่อมโยงข้อมูล การแลกเปลี่ยนข่าวสาร และการฝึกร่วมอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติการร่วมในระดับภูมิภาค นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบการเสนอตัวของประเทศปากีสถานในการเป็นเจ้าภาพ HACGAM ครั้งที่ 23 ในปี 2027 และความสนใจของประเทศญี่ปุ่นในการเป็นเจ้าภาพครั้งที่ 24 ในปี 2028 รวมทั้งเห็นชอบในหลักการให้นิวซีแลนด์และสหราชอาณาจักรเข้าร่วมการประชุมระดับสูง (HLM) ในฐานะผู้สังเกตการณ์ ทั้งนี้ การประชุมระดับสูงของ HACGAM ครั้งที่ 22 (HLM) มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7–11 กันยายน 2569 ณ เมืองหางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยรายงานผลการประชุมระดับคณะทำงานครั้งนี้จะถูกรวบรวมและเสนอต่อการประชุมระดับสูงต่อไป ทั้งนี้ การนำเสนอของประเทศไทยได้รับความสนใจและการชื่นชมจากหลายประเทศสมาชิก HACGAM ในฐานะตัวอย่างของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านความมั่นคง ความปลอดภัย และการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมทางทะเลอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้แนวทาง Whole-of-Government และความร่วมมือระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืน