ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล
Thai Maritime Enforcement Command Center
ขนาด
ภาษา
ข่าวสาร
/
ข่าวประชาสัมพันธ์
เลขาธิการ ศรชล. ร่วมแถลงข่าวรัฐบาลตามแผนฝ่าวิกฤตน้ำมัน เผยใช้ระบบวิเคราะห์การเดินเรือทางทะเลติดตามพฤติกรรมผิดปกติ พร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด

วันที่ 3เมษายน 2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการแถลงข่าวในนามรัฐบาลเกี่ยวกับการดำเนินมาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์ด้านพลังงานของรัฐบาล (ศบก.) ภายใต้ แผนรัฐบาลฝ่าวิกฤตน้ำมัน เพื่อรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศ พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลได้บูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด . ในการแถลงข่าวครั้งนี้ พลเรือเอก ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือ ในฐานะเลขาธิการ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ได้ร่วมแถลงถึงบทบาทของ ศรชล. ในการ ปฏิบัติงาน ตามภารกิจหน้าที่ ในการติดตามสถานการณ์การขนส่งพลังงานทางทะเล ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงพลังงานที่สำคัญของประเทศ ให้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาล และ ศบก. . โดย เลขาธิการ ศรชล. เปิดเผยว่า ศรชล. ได้ใช้ระบบเทคโนโลยีและเครื่องมือเฝ้าตรวจทางทะเลของหน่วยงาน อาทิ ระบบติดตามการเดินเรือและการวิเคราะห์ข้อมูลทางทะเล วิเคราะห์พฤติกรรมการเดินเรือของโดยเฉพาะเรือบรรทุกน้ำมันและเรือสินค้าในเส้นทางขนส่งพลังงานของประเทศไทย ทำให้สามารถตรวจพบ พฤติกรรมการเดินเรือที่มีลักษณะผิดปกติอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการกระทำที่ส่งผลให้ การขนส่งน้ำมันทางทะเลเกิดความล่าช้า หรืออาจกระทบต่อระบบโลจิสติกส์พลังงานของประเทศ . นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีในฐานะ ผู้อำนวยการ ศรชล. ได้สั่งการให้ ศรชล. ดำเนินการติดตาม ตรวจสอบ และบังคับใช้กฎหมายทางทะเลอย่างเคร่งครัด ต่อการกระทำที่อาจกระทบต่อผลประโยชน์ของชาติ โดยมอบหมายให้ พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะรองผู้อำนวยการ ศรชล. กำกับดูแลและสั่งการผ่าน เลขาธิการ ศรชล. เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตาม นโยบายของรัฐบาล และตามกฎหมายว่าด้วยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล อย่างเคร่งครัด . ทั้งนี้ ข้อมูลจากระบบเฝ้าตรวจและการวิเคราะห์ของ ศรชล. จะถูกนำมาใช้สนับสนุนการติดตาม ตรวจสอบ และประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันและแก้ไขการกระทำที่อาจส่งผลกระทบต่อ ความมั่นคงด้านพลังงานและผลประโยชน์ของชาติทางทะเลของประเทศไทย . รัฐบาล และ ศรชล.ยืนยันว่าจะดำเนินมาตรการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ เทคโนโลยี การบูรณาการข้อมูล และความร่วมมือของทุกหน่วยงาน เพื่อให้สามารถเฝ้าระวังสถานการณ์ทางทะเลได้อย่างมีประสิทธิภาพ บูรณาการการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทุกภาคส่วน และสร้างความเชื่อมั่นว่าระบบพลังงานของประเทศยังคงมีเสถียรภาพและเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนและภาคเศรษฐกิจ ของประเทศ