
ในวันที่ 12 มีนาคม 2569 พลเรือโท เฉลิมชัย สวนแก้ว ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 /ผอ.ศรชล.ภาค 1 จัดแถลงข่าวผลการจับกุมเรือบรรทุกน้ำมัน ชื่อ บี มารู 3 (B MARU 3) บริเวณท่าเรือจุกเสม็ดฐานทัพเรือสัตหีบ โดยมีผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ร่วมแถลงข่าว ประกอบด้วย กรมสรรพสามิต สรรพสามิตภาคที่ 2 สรรพสามิตพื้นที่ชลบุรี กรมเจ้าท่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมพลาธิการทหารเรือ โดยเรือดังกล่าวมีความผิด ดังนี้
1. ความผิดตาม พรบ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 ได้แก่ คนประจำเรือไม่แจ้งลงเรือ ไม่เก็บใบประกาศนียบัตรไว้ในเรือ และนายเรือไม่เก็บใบอนุญาตไว้ในเรือ ทั้งนี้เจ้าท่าได้เปรียบเทียบปรับเรียบร้อย
2. ความผิดการขนส่งน้ำมันผิดกฎหมาย โดยกรมพลาธิการทหารเรือ และ กรมสรรพสามิต ยืนยันว่าเป็นน้ำมันดีเซล จำนวน 250,000 ลิตร ทั้งนี้กรมสรรพสามิตกำลังดำเนินการเปรียบเทียบปรับตามฐานความผิด และลงบันทึกประจำวันที่ สภ.สัตหีบ ต่อไป
การแถลงข่าว สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 หมวดเรือพิทักษ์อ่าวไทย ทัพเรือภาคที่ 1 จัดเรือ ต.991 ออกลาดตระเวนตรวจพบเรือบรรทุกน้ำมันชื่อ "บี มารู 3" (B MARU 3) มีลักษณะบรรทุกน้ำมันเต็มระวาง จากการตรวจสอบข้อมูลกับศูนย์ปฏิบัติการทัพเรือภาคที่ 1 และ ศรชล.ภาคที่ 1 พบว่าเรือลำดังกล่าวมีเส้นทางเดินเรือมาจากด้านใต้ของอ่าวไทย และมีพฤติกรรมน่าสงสัยได้เข้าตรวจสอบเรือ บริเวณด้านทิศใต้ของทุ่นไฟปากร่องเจ้าพระยา ระยะประมาณ 2.58 ไมล์ทะเล ผลการตรวจสอบพบลูกเรือจำนวน 6 คน เป็นชาวไทยทั้งหมด และไม่พบเอกสารประจำเรือรวมทั้งเอกสารประจำตัวลูกเรือ เมื่อตรวจสอบภายในระวางบรรทุกพบของเหลวที่มีลักษณะและกลิ่นคล้ายน้ำมันดีเชลจากการสอบถามเบื้องต้น ผู้ควบคุมเรือให้การว่าเป็น น้ำมันเสียจากการล้างท้องเรือ (Sludge Oil) อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถระบุแหล่งที่มาของน้ำมันได้อย่างชัดเจน เจ้าหน้าที่จึงใช้อำนาจควบคุมเรือบีมารู 3 เข้ามาจอดที่ท่าเรือจุกเสม็ด ฐานทัพเรือสัตหีบ เพื่อดำเนินการตรวจสอบตามกฎหมาย
กองทัพเรือ โดยทัพเรือภาคที่ 1 ยืนยันว่าจะยังคงบูรณาการการทำงานร่วมกับศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 1 กรมสรรพสามิต กรมเจ้าท่า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสกัดกั้นและปราบปรามการลักลอบขนส่งน้ำมันหลีกเลี่ยงภาษีอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์ราคาน้ำมันมีความผันผวนทั้งนี้เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในการดูแลความมั่นคงทางทะเลของประเทศอย่างเต็มกำลังความสามารถ
“ศรชล. เป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลที่ได้รับการยอมรับในระดับภูมิภาคเพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนของประเทศชาติและประชาชน”
เหตุด่วน เหตุร้าย ภัยทางทะเล แจ้งสายด่วน 1465 หรือ 02 888 1465 ตลอด 24 ชั่วโมง